บริการให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมระบบสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร ตามหลักเกณฑ์ GHP

รหัสสินค้า

บริการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (GHP) สำหรับโรงงานผลิตอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อกำหนด การตรวจประเมินช่องว่างของระบบ (Gap Analysis) การปรับปรุงสุขลักษณะสถานประกอบการ การจัดทำเอกสารและขั้นตอนการปฏิบัติงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

จำนวนผู้เข้าชมสินค้า 9 คน

GHP คืออะไร? มาตรฐานสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร พร้อมขั้นตอนการขอรับรอง

GHP (Good Hygiene Practices) คืออะไร?

GHP (Good Hygiene Practices) หรือหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีทางสุขลักษณะ คือแนวทางสากลด้านสุขลักษณะอาหารที่มุ่งเน้นการควบคุมสภาพแวดล้อม บุคลากร สถานประกอบการ เครื่องมือ และกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร

หลักการ GHP เป็นส่วนสำคัญของเอกสาร General Principles of Food Hygiene (CXC 1-1969) ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius Commission) ภายใต้ความร่วมมือขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO)

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการจัดการสุขลักษณะตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิตขั้นต้น การแปรรูป การจัดเก็บ การขนส่ง และการจัดจำหน่าย จนถึงผู้บริโภค (Farm to Table)

GHP มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรควบคุมสุขลักษณะในการผลิตอาหารอย่างเป็นระบบ ลดโอกาสเกิดอันตรายจากการปนเปื้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้าทางธุรกิจ

GHP กับ GMP แตกต่างกันอย่างไร?

GHP (Good Hygiene Practices) และ GMP (Good Manufacturing Practices) เป็นหลักการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการผลิตและความปลอดภัยอาหาร โดยมีแนวทางที่สอดคล้องและสนับสนุนกัน

GHP มุ่งเน้นการปฏิบัติด้านสุขลักษณะอาหารตลอดห่วงโซ่อาหาร ตามหลักการของ Codex Alimentarius ขณะที่ GMP มุ่งเน้นหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต ซึ่งอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันตามกฎหมายและระบบมาตรฐานของแต่ละประเทศ

การปรับปรุงหลักการสุขลักษณะอาหารของ Codex ช่วยให้ GHP มีแนวทางที่ชัดเจนและสอดคล้องกับการจัดการความปลอดภัยอาหารในปัจจุบันมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า GHP ยกเลิกหรือใช้แทนข้อกำหนด GMP ตามกฎหมายทุกประเทศ

สำหรับประเทศไทย ผู้ประกอบการผลิตอาหารที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2563 และข้อกำหนดอื่นตามประเภทกิจการ

ทำไมมาตรฐาน GHP จึงสำคัญต่อธุรกิจอาหาร?

การนำหลักการ GHP ไปใช้ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหารได้อย่างเหมาะสม โดยมีประโยชน์สำคัญ ได้แก่

  • ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน: ควบคุมอันตรายทางชีวภาพ เคมี และกายภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร

  • พัฒนาสุขลักษณะสถานประกอบการ: ส่งเสริมการจัดการพื้นที่ผลิต เครื่องจักร อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม

  • เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน: กำหนดขั้นตอนการทำงาน การควบคุม และการตรวจติดตามที่เป็นระบบ

  • สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า: แสดงถึงความใส่ใจด้านสุขลักษณะและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร

  • สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย: ช่วยเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

  • วางรากฐานสู่มาตรฐานระดับสูง: สนับสนุนการพัฒนาระบบ HACCP, ISO 22000 และ FSSC 22000 ตามขอบข่ายที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมและขอรับการรับรอง GHP มีอะไรบ้าง?

การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้ารับการตรวจประเมิน GHP ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมินความพร้อมขององค์กร การพัฒนาข้อกำหนดด้านสุขลักษณะ ไปจนถึงการตรวจประเมินโดยหน่วยงานภายนอก โดยมีแนวทางดำเนินงาน 11 ขั้นตอน ดังนี้

1. การเตรียมความพร้อมและประเมินช่องว่างของระบบ (Initial Gap Analysis)

เริ่มต้นจากการศึกษาข้อกำหนด GHP ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ และประเมินสภาพการดำเนินงานปัจจุบันขององค์กร

การประเมินช่องว่างของระบบ (Gap Analysis) ช่วยระบุประเด็นที่ยังไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด เช่น สุขลักษณะสถานประกอบการ กระบวนการผลิต การควบคุมความสะอาด และการจัดการเอกสาร เพื่อใช้วางแผนปรับปรุงระบบอย่างเหมาะสม

2. การแต่งตั้งคณะทำงานและวางแผนดำเนินงาน (Setting Up the Team & Planning)

แต่งตั้งผู้รับผิดชอบหรือคณะทำงานด้านสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหาร เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ และแนวทางการดำเนินงานให้ชัดเจน

จัดทำแผนพัฒนาระบบ GHP โดยกำหนดกิจกรรม ระยะเวลาดำเนินงาน ทรัพยากร และผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน

3. การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้บุคลากร (Staff Training)

จัดอบรมให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจหลักการ GHP รวมถึงข้อกำหนดด้านสุขลักษณะส่วนบุคคล การป้องกันการปนเปื้อน การทำความสะอาด และการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย

การฝึกอบรมช่วยให้บุคลากรสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง

4. การจัดทำและปรับปรุงเอกสารระบบ (Documentation)

จัดทำหรือปรับปรุงเอกสารและบันทึกที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานตามหลักการ GHP เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) วิธีการทำความสะอาด แผนควบคุมสัตว์พาหะ และบันทึกการตรวจสอบสุขลักษณะ

เอกสารควรมีความเหมาะสมกับขนาดองค์กรและลักษณะกิจกรรม เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานจริงและใช้เป็นหลักฐานในการตรวจประเมินได้

5. การปรับปรุงสถานประกอบการและสุขลักษณะ (Facility & Hygiene Improvement)

ตรวจสอบและปรับปรุงพื้นที่ผลิต อาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบระบายอากาศ การจัดการน้ำ การกำจัดของเสีย และการควบคุมสัตว์พาหะตามความเหมาะสม

การปรับปรุงควรมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการผลิตอาหารอย่างปลอดภัย

6. การนำระบบ GHP ไปปฏิบัติจริง (Implementation)

นำขั้นตอนและมาตรการควบคุมที่กำหนดไว้ไปใช้ในการดำเนินงานประจำวัน

องค์กรควรตรวจติดตามการปฏิบัติงาน บันทึกผลการควบคุมสุขลักษณะ และทบทวนปัญหาที่พบ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล

7. การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit)

ดำเนินการตรวจประเมินภายในเพื่อพิจารณาว่าระบบ GHP ที่นำไปปฏิบัติมีความสอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่

การตรวจประเมินช่วยค้นหาข้อบกพร่อง ประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุม และกำหนดแนวทางการแก้ไขก่อนเข้ารับการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก

8. การทบทวนโดยฝ่ายบริหาร (Management Review)

ฝ่ายบริหารพิจารณาผลการดำเนินงานด้านสุขลักษณะ ความปลอดภัยอาหาร ผลการตรวจประเมิน และปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน

การทบทวนช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดแนวทางปรับปรุงระบบ จัดสรรทรัพยากร และสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

9. การยื่นขอรับการรับรอง GHP (Certification Application)

เมื่อองค์กรมีความพร้อม สามารถติดต่อหน่วยงานรับรองที่ให้บริการตามเกณฑ์ GHP ที่ต้องการ เพื่อสอบถามขอบข่ายการรับรอง เอกสารประกอบ และเงื่อนไขการตรวจประเมิน

ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือและขอบข่ายการให้การรับรองของหน่วยงานนั้น รวมถึงความสอดคล้องกับข้อกำหนดของลูกค้าหรือตลาดเป้าหมาย

10. การตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก (External Audit / Certification Audit)

หน่วยงานตรวจประเมินจะดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการ กระบวนการผลิต เอกสาร และการปฏิบัติงานจริง เพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับเกณฑ์การตรวจประเมินที่กำหนด

หากพบข้อบกพร่องหรือความไม่สอดคล้อง (Non-Conformities: NCs) องค์กรต้องดำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่หน่วยงานตรวจประเมินกำหนด

11. การแก้ไขข้อบกพร่องและการได้รับใบรับรอง (Corrective Action & Certification)

องค์กรดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง วิเคราะห์สาเหตุ และจัดส่งหลักฐานประกอบให้หน่วยงานรับรองตรวจสอบตามเงื่อนไขของโครงการรับรอง

เมื่อผลการตรวจประเมินและการแก้ไขข้อบกพร่องเป็นไปตามเกณฑ์ หน่วยงานรับรองจะพิจารณาออกใบรับรอง GHP ตามขอบข่ายและเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ การตรวจรับรอง GHP โดยหน่วยงานเอกชนและการตรวจประเมินตามข้อกำหนด GMP ของกฎหมายไทยอาจมีหลักเกณฑ์และกระบวนการแตกต่างกัน

บริการให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมมาตรฐาน GHP

บริษัท วิสดอม เซอร์ติฟิเคชั่น ซิสเต็ม จำกัด (Wisdom Certification System Co., Ltd.) ให้บริการคำปรึกษาและเตรียมความพร้อมด้านหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ดีทางสุขลักษณะ (GHP) สำหรับโรงงานผลิตอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

บริการมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อกำหนด การตรวจประเมินช่องว่างของระบบ (Gap Analysis) การพัฒนาระบบและเอกสาร การปรับปรุงสุขลักษณะสถานประกอบการ การฝึกอบรมบุคลากร และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจประเมิน

การพัฒนาระบบ GHP อย่างเหมาะสมช่วยให้องค์กรยกระดับการควบคุมสุขลักษณะ ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร และสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนาระบบ HACCP, ISO 22000 และ FSSC 22000 ในอนาคต

ต้องการที่ปรึกษามาตรฐาน GHP?

หากองค์กรของคุณต้องการพัฒนาระบบสุขลักษณะในการผลิตอาหาร หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ GHP

ติดต่อ Wisdom Certification System เพื่อขอคำปรึกษาด้านข้อกำหนด GHP การประเมินความพร้อม และการวางแผนพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของคุณ